Kusuriya no Hitorigoto

Category: นิยายแปล -> Kusuriya no Hitorigoto | Posted date: 2017-10-15 18:52:54 | Updated date: 2017-10-29 20:22:07 | Posted by: Pranote Sawangpisankit


มาวมาว เด็กสาวจากย่านโคมแดงที่ต้องการเป็นหมอ โชคชะตาเล่นตลกถูกจับลักพาตัวขาบ ให้กับวังหลวง ด้วยรูปร่างผอมบางเต็มไปด้วยกระฝ้า และถึงอ่านออกเขียนได้ ยังไงก็ไม่มีทางที่นางจะได้เป็นนางสนมแน่นอน จวบจนพบเจอเหตุการณ์แปลกๆบางอย่างที่เปลี่ยนชีวิตนาง...


Kusuriya no Hitorigoto


บทที่ 1 มาวมาว

อยากกินคุชิยากิกลางแจ้งจัง”

มาวมาว จ้องมองท้องฟ้าถอนหายใจอย่างหดหู่

สภาพแวดล้อมที่นางอยู่ตอนนี้ เป็นที่สวยงามที่สุดที่นางเคยได้เห็นและที่นี่แฝงไปด้วยอำนาจอิทธิพลร้ายมากมาย

ข้าอยู่ที่นี่มาสามเดือนแล้วหรอ  ป่านนี้พ่อได้กินอะไรมั่งยังนะ

สามเดือนก่อน ขณะที่นางหาสมุนไพรอยู่ในป่า นางได้ถูกลักพาโดยชาวบ้านแถวนั้นซึ่งเป็นพวกลักพาตัวผู้หญิงให้กับราชสำนัก  แต่ก็ไม่ได้แย่เสียทีเดียวที่ถูกจับลักพาตัวมาที่นี่ งานที่ให้ทำก็ไม่ได้เลวร้ายอะไร แถมมีเงินใช้ และถ้าทำงานครบสองปีก็ยังสามารถกลับไปเยี่ยมบ้านได้ แต่จริงๆก็แล้วแต่มุมมองของแต่ละคน

มาวมาวผู้ที่ต้องการเป็นหมอ การพูดคุยสนทนาสังสรรค์มันเป็นอะไรที่น่าเบื่อน่ารำคาญสำหรับเหมาเหมา

การที่พวกจับลักพาตัวเด็กหญิงอายุน้อยอย่างๆ มาวมาว มาขายให้กับขันทีนั้น  ไม่ว่าจะเพื่อหาเงินไว้เที่ยวดื่มสุราหรือเป็นตัวแทนของลูกสาวตัวเอง ไม่ว่าเหตุผลอะไรจะไม่เปลี่ยนความจริงที่ว่าเธอได้เข้ามาอยู่ในวังหลวงแล้ว

ถ้าไม่เกิดเรื่องนี้ขึ้น ชาตินี้นางคงไม่มีโอกาสได้เข้ามาวังหลวงอย่างแน่นอน

นางสนมในวังหลวงล้วนสวมเสื้อผ้าที่สวยงาม รวมทั้งมีเครื่องสำอางแต่งบนใบหน้า ร่างอบอวนไปด้วยกลิ่นน้ำหอม  มีรอยยิ้มอยู่บนริมฝีปากตลอดเวลา

แต่สำหรับมาวมาวที่ต้องการเป็นหมอ รอยยิ้มเหล่านั้นเป็นอะไรที่น่ากลัวที่สุดแล้ว

ความคิดของนางพลันปรากฏขึ้น วังหลวงแห่งนี้กับหอโคมแดงก็แทบไม่แตกต่างกันไปเท่าไรเลย

นางถือตะกร้าซักผ้าไว้ในอ้อมแขนซ้ายของนางและมุ่งหน้าไปยังภายในเรือนที่ซึ่งแตกต่างกับภายนอก ภายในมีลานราบเรียบ สระน้ำปูด้วยหินอยู่ตรงกลาง ขันทีนางกำนัลจำนวนมากกำลังซักผ้าข้างสระน้ำนั้น

ในวังหลังห้ามไม่ให้ผู้ชายใดๆเข้ามา ยกเว้นเสียแต่เป็นเชื้อพระวงศ์ ขุนนางชั้นสูง และผู้ชายที่สูญสิ้นสิ่งสำคัญอันความเป็นบุรุษไปนั่นก็คือ ขันที…

ระหว่างที่นางกำลังคิดเรื่องนี้อยู่นั้น หน้านางก็พลันเปลี่ยนเป็นเหยเกบูดเบี้ยว มันมีประโยชน์อันใดจึงต้องทำแบบนั้นนะ

นางวางตะกร้าลง  และมองไปตะกร้าผ้าที่วางเรียงรายอยู่ในเรือนใกล้เคียง  ผ้าที่อยู่นั้นไม่ได้สกปรกเลยซัดนิดเดียว คงแค่มาผึ่งแดดไม่ให้เหม็นอับแค่นั้น

มาวมาวมองที่ป้ายไม้ที่ติดอยู่กับตะกร้านั้น มันมีรูปวาดของดอกไม้และหมายเลขบนป้าย

ด้วยความที่นางกำนัลส่วนใหญ่จะไม่รู้หนังสืออ่านออกเขียนได้ เพราะฉะนั้นก่อนที่นางกำนัลจะเข้ามายังวังหลัง ไม่ว่าจะถูกลักพาตัวหรือซื้อขายให้ราชสำนักต่างต้องเข้ารับอบรมการสอนมารยาทคำพูดเบื้องต้น มันไม่ถึงกับยากมากนัก ส่วนผู้ที่สามารถเรียนรู้เข้าใจได้ก็มีน้อยไม่ถึงครึ่งเลยด้วยซ้ำ

เล่ห์เหลี่ยมการชิงดีชิงเด่นของผู้คนวังหลวงนั้นมีมากมาย มิอาจเปรียบเปรยกับจำนวนของดอกไม้ในสวนดอกไม้จักรพรรดินั้นได้

วังหลวงปัจจุบันก็มีจำนวนนางสนมและนางกำนัลราม 2000 คนและขันทีอีกจำนวน 3,000 คนด้วยกัน

ภายในวังหลัง มาวมาวเป็นนางกำนัลชั้นล่างสุด นางไม่ได้รับการเอาใจใส่ เหลียวแลใดๆเหมือนกับคนอื่นที่ถูกลักพาตัวมาเหมือนกัน เพราะด้วยรูปร่างของนางไม่ได้มีจุดเด่นอะไร ทั้งร่างกายผอมบางมีทั้งฝ้าและกระ ส่วนผิวนั้นหากจะไปเทียบกับกิ่งไม้ที่แห้งตายแล้วก็คงจะต่างกันไม่มาก

เพียงแต่ถ้าเธอมีน้ำมีนวล อวบอั๋น  สีผิวขาวเหมือนจันทร์เต็มดวงก็คงได้เป็นนางสนมยศต่ำได้แล้ว

‘รีบทำงานให้เสร็จเร็วๆดีกว่า’

นางมองไปยังรูปดอกบ๊วยและตัวเลขที่เขียน (หนึ่ง-เจ็ด) ที่เขียนลงบนตะกร้า นางรีบเร่งเดินกลับออกจากห้องก่อนที่ท้องฟ้ามืดครึ้มเป็นสัญญาณของฝนที่ใกล้ตกเต็มที

เจ้าของตะกร้าซักผ้านี้เป็นนางสนมยศต่ำกว่านางสนมยศต่ำทั่วไป หากเทียบกับนางสนมที่อยู่ในระดับยศต่ำ ๆ แต่ว่าในห้องส่วนตัว มีเฟอร์นิเจอร์ต่างๆที่หรูหรามากมาย อาจเป็นเพราะเธอเป็นลูกของพ่อค้าเศรษฐีผู้มั่งคั่งนั่นเอง สำหรับตำแหน่งนี้ก็จะมีนางกำนัลมาดูแล ซึ่งมีได้สูงสุดแค่สองคน ดังนั้นคนที่เป็นแบบมาวมาวที่ไม่มีนายเป็นนางสนม ก็จะต้องมาทำหน้าที่ดูแลซักผ้าเหมือนกับที่นางกำลังทำอยู่ในตอนนี้

เรือนพักของนางสนมยศต่ำจะได้รับอนุญาตให้มีห้องส่วนตัวภายในพระราชวังชั้นใน แต่จะตั้งอยู่บริเวณขอบพระราชวัง นางเหล่านั้นจึงไม่ค่อยได้พบฮ่องเต้เท่าไรนัก แม้กระนั้นก็ตามหากได้รับคำสั่งให้เฝ้าปรนนิบัติฮ่องเต้ แม้จะเป็นแค่เพียงครั้งเดียว นางจะถูกย้ายเรือนเข้าไปใกล้กับฮ่องเต้ชั้นในได้ หากมีเรียกให้เข้าเฝ้ารับใช้ครั้งที่สองมันก็หมายถึงโอกาสการเลื่อนยศเป็นนางสนมคนโปรดได้นั่นเอง

แต่ในทางตรงกันข้าม หากนางสนมมิได้ถูกเรียกเข้าเฝ้าฮ่องเต้เลยสักครั้งเดียว โดยเฉพาะถ้าไม่ได้เป็นคนในครอบครัวผู้มีอิทธิพลการเมืองด้วยแล้วนั้น ยศศักดิ์ของนางสนมก็จะถูกลดลงอย่างมาก ที่แย่ก็อาจจะถูกมอบให้กับขุนนาง แต่ถ้าถูกยกให้ขันทีถือเป็นเรื่องเลวร้ายน่ากลัวที่สุดแล้ว…  

มาวมาว เคาะประตูเบา ๆ

"เข้ามาได้"

เสียงตอบรับห้วนๆส่งออกมา และประตูได้ถูกเปิดออกมาจากนางกำนัลในห้อง

ภายในห้อง มีกลิ่นไวน์ที่มาจากนางสนม นางกำลังโบกมือถือถ้วยไวน์อยู่

ก่อนที่จะเข้าไปในวังหลัง นางได้รับการยกย่องว่าเป็นคนสวย แต่พอเข้ามาอยู่ในวังหลังแล้วก็เปรียบกับ เหมือนกบอยู่ในบ่อน้ำ เมื่อเร็วๆนี้ นางมีเรื่องทะเลาะวิวาทกับนางสนมคนอื่น โดยทำร้ายจมูกหัก ทำให้นางนั้นไม่สามารถออกจากห้องของนางได้

‘ถ้าอยู่แต่ในห้อง  ก็ไม่มีใครมาทำอะไรนางได้หรอก’

มาวมาว รับผ้าไปซักและออกจากห้องกลับไปบริเวณที่ซักผ้า

ยังเหลืองานอยู่อีกมาก...

ที่นางขยันทำงานอยู่นี้ ไม่ใช่ว่าชอบงานนี้ แต่นางจำเป็นต้องหาเงินเพื่อไถ่ตัวนางออกจากวังหลวงแห่งนี้

ความขยันมันก็เป็นสิ่งที่พึงมีของคนที่ต้องการเป็นหมออยู่แล้ว…

นางออกไปทำงานตามคำสั่งแต่โดยดี  แน่นอนนางคิดว่ายังไงก็ไม่มีทางที่นางจะถูกเลือกเลื่อนขั้นเป็นนางสนม

น่าเสียดาย สิ่งที่มาวมาวคิดนั้น เป็นการมองโลกในแง่ดีเกินไป

ในวัยเด็กหญิง 17 ปีอย่างนางมีชีวิตที่ผ่านโลกอะไรมากมาย ทั้งความคิดยังเป็นผู้ใหญ่กว่าวัยเดียวกันกับนาง แม้กระนั้นก็ตามนางก็มีบางอย่างที่ไม่สามารถหักห้ามใจได้  คือใจที่ต้องการอยากรู้อยากเห็น การแสวงหาความรู้และยังมีความเที่ยงธรรมเล็กๆในใจของนาง

ในสองสามวันนี้ มาวมาว ได้พบเรื่องราวแปลกๆบางอย่าง

ความตายต่อเนื่องของทารกที่เกิดจากวังหลัง

มาวมาวรู้สึกถึงความไม่ชอบมาพากลของเรื่องนี้  นางก็รู้สึกเบื่อหน่ายผู้คนที่นี่เรียกมันว่า

คำสาปแช่งของพระสนมองค์ก่อน…