COOพาทัวร์ เดินดูฟู้ดทรัค ขากลับหลงรักแม่ค้าไอติม

Category: แง่คิดในการทำงานและบริหารจัดการ | Posted date: 2018-01-18 01:38:19 | Updated date: 2018-01-18 14:27:08 | Posted by: Wasin Jansamut


รุ่นน้องพาทัวร์ดูฟู้ดทรัค(ร้านอาหารเคลื่อนที่)ที่แพลตตินั่ม พร้อมกับแนวคิดดีๆ เกี่ยวกับธุรกิจอาหาร


COOพาทัวร์ เดินดูฟู้ดทรัค ขากลับหลงรักแม่ค้าไอติม

เนื่องจากช่วงเดือน ธันวา60 จนถึง กลางเดือน มกรา61 งานไอทีได้เงียบมาก เงียบจนฟุ้งซ่าน ต้องหาอะไรทำ จึงขุดโปรเจ็ทเก่าที่อยากจะทำร้านอาหารสักร้านนึงขึ้นมาอีกครั้ง 

แต่ปัญหาคือ เรามีงานประจำอยู่แล้ว และวันหยุดก็รับงานIT  เราจะทำร้านอาหารอะไรที่ ทำได้รวดเร็ว ขายได้ง่าย และนึกอยากจะเปิดก็เปิด จะปิดก็ปิด

พูดถึงอะไรที่ง่ายๆ โปรแกรมที่ใช้งานง่ายๆ ไม่ต้องติดตั้ง เขาเรียกว่าเวอร์ชั่น Portable (จริงๆแล้วมันก็ติดตั้งลงเครื่องแหละ แต่มันแอบๆทำในการเปิดใช้งานครั้งแรกของโปรแกรม)

วนกลับมาเรื่องธุรกิจอาหาร อะไรที่มันไม่ต้องติดตั้ง ไม่ต้องsetup ให้ยุ่งยาก ... นั่นก็คือฟู้ดทรัค นั่นเอง


ฟู้ดทรัค (food truck) นิยามง่ายๆก็คือ ร้านอาหารที่อยู่บนรถนั่นเอง

เมื่อวันก่อน(17/1/61) ได้มีโอกาศส่งรุ่นน้องคนนึง ที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับอาหาร และสนใจในเรื่องของการบริหารธุรกิจอาหาร ไปดู food truck ที่ขายที่แพลตตินั่ม ประตูน้ำ (จริงๆไม่ได้ส่งไป แต่มันไป แล้วฝากดู) ให้ไปดูเจาะลึกว่า กลุ่มลูกค้าเป็นอย่างไร ราคาขายเท่าไหร่ โอกาศการทำกำไรเป็นอย่างไร ซึ่งไอน้องคนนี้มันถนัดนัก สุดท้ายก็สรุปร้านต่างๆมาให้ผมฟังคร่าวๆดังนี้

**รุ่นน้องคนนี้ไม่ประสงค์ขอออกนาม** เนื่องจากเดี๋ยวงานจะเข้า ทุกอย่างพี่ขอรับไว้เองเน้อะ

ฟู้ดทรัคที่แพลตตินั่มนี่คือเน้นจับชาวต่างชาติส่วนใหญ่ครับ อาหารราคาสูงอยู่ มีทั้งพนักงาน 3 คน จนถึงพนักงานคนเดียว ส่วนใหญ่มีโต๊ะเล็กๆให้นั่ง ประมาณ 2 โต๊ะ(เป็นชุด 1 โต๊ะ 2 เก้าอี้)

ร้านแรกเป็นร้านญี่ปุ่น แบบพวก ข้าวหน้าต่างๆ พนักงาน 2 คน มีโต๊ะ 2 ชุด ราคาอาหาร 100-159 บาท

ร้านยำ ไม่แสดงราคา มีชุดโต๊ะ 2 ชุด ใช้พนักงาน 3 คน! (แสดงว่ายอดขายต้องดีมาก)

ร้านทุเรียน กับร้านมะม่วง ราคารุนแรงอยู่ ร้านทุเรียนไม่มีโต๊ะ ร้านมะม่วงมี 2 โต๊ะ พนักงาน 2 คนคาดว่าน่าจะช่วยกันจัดจาน ส่วนร้านทุเรียนมีพนักงานคนเดียว เพราะของแพ๊คใส่ซีลพร้อมรับประทาน

ร้านเกบับราคาน่าจะอยู่ประมาณ 99-130 พนักงาน 1 คน ไม่มีโต๊ะเพราะเป็นแบบ takeaway + ready to eat ไม่จำเป็นต้องมีโต๊ะ (ผมไม่เห็นที่ดูดควันนะ)

ร้านนี้เฟี้ยวฟ้าวมาก ร้านพิซซ่าราคา 139 บาท มาถาดจิ๋ว แบบประมาณ 1 ผ่ามือ ไม่มีที่ดูดควัน แต่แม่งเปิดหลังคาเลย พนักงาน 2 คน

นอกนั้นจะเป็นบาร์ครับพี่ คือเหมือนร้านพิซซ่าแหละ แต่ขายเหล้าด้วย โต๊ะเยอะมาก เอามาต่อกันยาวๆ ประมาณ 6 ชุดได้ พนักงานแค่ 2 คน นั่งฟังเพลงกันชิวๆ (ไม่ได้ถ่ายรูปมาเหะๆ )

อันนี้ก็ร้านบาบีคิว เสียบไม้ปิ้งย่าง outdoor กันไป ขายไม้ละ 50 บาท มีโต๊ะ 2 ชุด พนักงาน 2 คน

ส่วนอันนี้ผมสนใจมากๆ "ร้านไอติม"
ประเด็นที่ผมสนใจคือ ขาย โคนละ 95 บาท ถ้าเป็นถ้วยๆละ 120 บาท
ใช้พนักงานคนเดียว
แล้วคนกินเยอะ ระบายของเร็ว ลูกค้าเดินไปกินไปได้
ไม่ต้องมีโต๊ะ เพราะลูกค้ายืนแดกได้
แล้วนี่ครับ

อุ๊ปผิดรูป


มันน่าทานถ่ายรูปสวย แต่ที่ไหนได้รสชาติไม่ได้เรื่อง แต่ทำไงได้ซื้อมาแล้ว

ประเด็นคือทำให้เรารู้ต้นทุนว่าใช้ไอติมเกรด*******
งั้นก็แปล ว่า margin เยอะมากกกกกก คือรู้แหละว่าค่าเช่าแพง แต่ระหว่างที่ผมซื้อก็มีฝรั่งมาแย่งกันซื้อ 5 คน
5 คนนี้ เจ้าของร้านตักไอติมให้ ไม่ถึง 5 นาที
ถ้าเทียบกับอาหารอื่น กว่าจะปรุงให้ลูกค้าแต่ละคนเสร็จก็ใช้เวลาเยอะ แต่อันนี้กดใส่กรวย ตกแต่งเสิร์ฟ!!! ได้แล้ว 95 บาท
แล้วอีไอติม นี่คือลูกค้ามากินกันทั้งวัน อาหารยังมีช่วงพีค แบบช่วงเที่ยง ช่วงเย็น ช่วงบ่ายๆคนกินอิ่มแล้วก็เงียบๆหน่อย แต่ไอติมนี่ผมสังเกต ว่าเดวๆซื้อ คือมีมาซื้อเรื่อยๆเลย

ผมเลยมานั่งลองคิดเล่นๆ ว่า ...
ถ้าขายไอติม 1 กรวย 95บาท เป็นต้นทุน 25บาท margin 70 บาท
มีคนมาซื้อ1คน เฉลี่ยทุกๆ 10 นาที เท่ากับว่า ใน 1 ชมจะมี รายได้หลังหักต้นทุนทั้งหมด 420 บาท ต่อชม.
ถ้าขายตั้งแต่ 10.00-20.00 รวมเวลาขายของทั้งหมด 10ชม. วันนึง
มีรายได้หลังหักค่าต้นทุน อยู่ 4200 บาท/วัน (อันนี้ยังไม่ได้หักค่าเช่า) (วันนึงขายประมาณ 60กรวย)(6กรวยต่อชม.)

--- จบการรายงาน ---

จากข้อมูลด้านบนที่น้องรายงานมา ผมก็ได้อะไรใหม่ๆ จากรูปและที่น้องอธิบายมา
1. ป้าย เป็นเรื่องสำคัญ ทั้งรูป และราคา สังเกตว่า ราคาที่แต่ละร้านขาย ไม่ถูกเลยสำหรับคนต่างจังหวัดอย่างเรา แต่ทำไมมีคนซื้อ นั่นเป็นเพราะว่า ผู้ซื้อได้เห็นรูปสินค้า และราคาแล้ว เกิดความรู้สึกอยากกิน และเมื่อดูราคาว่าพอจ่ายได้กับสิ่งที่อยากกิน ก็ทำให้เกิดการใช้บริการ
2. จากเคสร้านไอติม ผมมีความคิดว่า จริงๆควรทำให้ลูกค้ามองเห็นขั้นตอนในการทำ การตกแต่งเป็นยังไง น่าจะทำให้ลูกค้าเพลินกว่าการยืนรอเฉยๆ
3. ร้าน PIZZA เป็นฟู้ดทรัคที่เป็นตัวอย่างได้ดี ทั้งป้าย และการจัดวางของต่างๆ เท่ และใช้งานได้จริง 

การฝากรุ่นน้องคนนี้ดูธุรกิจอาหารครั้งนี้ ได้มากกว่าสิ่งที่คาดหวังไว้เยอะ อย่างนี้แหละหนาที่เขาเรียกคนมีของ

สำหรับผม กำลังเล็งทำธุรกิจอาหารตัวนึงอยู่ ซึ่งไม่ใช้การรับมาขาย จะเป็นการทำทุกขั้นตอน ... คนที่ซื้อกินต้องกินจริงๆ ไม่ใช่เพียงแค่อยากลอง
โดยมีร้านของเฮียแบงค์ "สเต็กในตำนาน" เป็นไอดอลในเรื่องของการเป็นร้านอาหารที่
"ลูกค้าสามารถกินได้ทุกวัน" "ปริมาณกินแล้วอิ่ม" "ราคาจับต้องได้" "บริการไม่สุภาพแต่จริงใจและเป็นกันเอง" จะเป็นอะไรนั้นก็ลุ้นกัน

แม่ถามว่า "ไม่กลัวเจ๊งหรอ"
ผมตอบ "กลัวทำไม ถ้าหมดตัว ก็คิดซะว่าเหลือเท่าเดิม เท่าที่ตอนเรียนมหาลัย ตอนนั้นมีแค่มอไซค์คันเดียว ตังก็ไม่มี" 
"ถึงล้ม ก็ยังมีครอบครัวอยู่ ไม่ทำตอนนี้ก็ไม่รู้จะทำตอนไหน"
ดูจากสายตาแม่ที่มองแล้ว แม่น่าจะปลง และคิดว่าคงห้ามมันไม่ได้แล้ว แต่ก็น่าจะดีกว่าเอาตังที่จะลงทุนไปออกบิ้กสกู้ตเตอร์ราคาเป็นแสน

รุ่นน้องคนเดิมทักว่า ผมตื่นเต้นแทนพี่หว่ะ
ผมฉุกคิด ... เออ ตอนแรกก็ไม่ตื่นเต้น เพราะมัวแต่คิดการลงทุนครั้งนี้ พอมาทัก เลยตื่นเต้นหว่ะ ว่าจะเป็นยังไงวะกับการลงทุนครั้งใหม่ครั้งนี้ 
แต่อย่างหว่า ประสบการณ์...ความสำเร็จ มันโอนถ่ายกันไม่ได้ มันสอนกันไม่ได้

นอกจากลงมือทำ ...

แล้วพบกัน Wasin X "......." Food Truck ในตำนาน 

ปล.ขอบคุณน้องมากนะที่ช่วยดูให้ เอามาต่อยอดได้เยอะ อยากพิมพ์เครดิตให้ใจจะขาด